“ตลาดหัวปลี” สระบุรียินดีต้อนรับ

สวัสดีค่ะตลาดหัวปลียินดีต้อนรับ คำทักทายของพ่อค้าแม่ค้าตลาดกลางสวนกล้วยที่ฮอตสุดในเวลานี้
เสาร์อาทิตย์นี่ก็คิดว่าจะไปไหนดีและสระบุรีก็ปิ๊งแว๊บขึ้นมาอีกแล้ว จำได้ว่าเคยแชร์รีวิวตลาดหนึ่งไว้แว๊บๆ เลยเปิดหาและตามรอยซะเลย ตอนแรกก็คิดว่าเที่ยวตลาดชิวๆ ไม่มีไรมากหรอก พอไปถึงเท่านั้นล่ะกลายเป็นว่าเราขลุกอยู่ในตลาดทั้งวัน ทั้งอิ่มทั้งแน่นทั้งสนุกทั้งได้ถ่ายรูปและลองทำนั่นนี่ ร้านของกินก็มีมากมายทั้ง ขนมไทย หมูย่างใบชะพลู ลาบหัวปลี ทอดมันไข่เค็ม น้ำเห็ด กะละแม ไอติมลูกหม่อน และอีกเพียบ แล้วที่สำคัญ
ร้านรวงทุกร้านแวะชิมได้จนอิ่มไม่ต้องซื้อก็คุ้มบอกเลย 555+ ส่วนกิจกรรมในตลาดไม่ได้มีแค่ตะลุยชิมนะ เค้ายังมีร้านนวด ขัดผิว คาเฟ่ ทำเวิร์คช็อปต่างๆ
แล้วตอนนี้ยังมีสระบัวเปิดใหม่เอาไว้เช็คอินถ่ายรูปด้วย บอกเลยว่าแม้ไม่ได้เป็นตานีแต่ #ตลาดหัวปลี ก็ยินดีต้อนรับนะเว้ย
อ่ะ อยากไปก็แชร์ แชร์แล้วก็ไป หรือถ้ายังไงแท็กเพื่อนชวนกันไปก็ได้
……….
ข้อมูลเพิ่มเติม
ตลาดเปิดเฉพาะ เสาร์อาทิตย์ เวลา 10.00 – 19.00 น
FB : ตลาดหัวปลี ตลาดสร้างสุข ชุมชนร่วมสร้าง
พิกัด : https://goo.gl/maps/VwVGYHgSsQw

ผักสดๆ ผักบ้านๆ ผักหายาก ก็หาได้ที่นี่ นอกจากนี้ เราไม่ต้องกลัวการไปตลาดแล้วโดนแม่ค้าเหวี่ยงวีน เพราะแม่ค้าที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีทุกคน

เมนูที่กรี๊ดมาก ยืนกรี๊ด นั่งกรี๊ด นอนกรี๊ด ตีลังกากรี๊ด ก็ยังไม่หายว้าว นั่นก็คือ ทอดมันไข่เค็ม อร่อยระเบิดระเบ้อ คือมันมีความอร่อยผสมความอะเมซิ่งเข้าไปด้วย อรรถรสที่สุดจ้า

นอกจากบรรยากาศ ความน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส อาหารมากมาย ยังมีเครื่องดื่มให้ลองอีกเยอะมาก ชอบมากๆ ก็น้ำเก็ดสามอย่างนี่ล่ะ มีรสต่างๆ เยอะแยะด้วย คือเยอะมากกว่าที่เราจะคิด เช่น น้ำเห็ดรสมะขาม น้ำเห็ดรสชาเขียว อะไรแบบเนี๊ยะ

เดินเข้ามาปุ๊ป ก็เจอมุมถ่ายรูปปั๊ป ร้านปิ่นโตน่ารักพาสเทลเหล่านี้เลยจ้า เราหิ้วกลับบ้านไปคนละเถาด้วยนะ นอกจากจะน่ารัก สีสันสดใสแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการใช่ถุงพลาสติกเวลาซื้อกับข้าวด้วย

บรรยากาศตลาดก็ประมาณนี้ มีพื้นที่ให้เดิน ให้ชิม มีร้านอาหารให้นั่งกิน หรือว่าจะเดินซื้อเดินกินแล้วมานั่งตามโต๊ะที่จัดไว้ให้ ก็ได้หมด

คือทางเข้าอ่ะ น่ารักมากกกกก กว่าจะเข้าไปในตลาดได้ เราก็แวะเล่นไม่ได้จบได้สิ้น

จุดนี้ร่มรื่นมากกกก จำลองเป็นป่าไผ่ขนาดย่อม ไอเดียดีมาก แล้วที่สำคัญ พ่อค้าแม่ค้าตรงนี้ ไม่มีใครรั้งลูกค้าไว้เลย มีแต่บอกว่า ตลาดเดินเข้าด้านในเลยนะคะ

มันให้ความประทับใจกับเรา ทำให้เรารู้สึกว่า ทุกคนมาขายของไม่ได้หวังจะเอาแต่กำไร แต่อยากให้คนที่มาเที่ยว ได้เห็นอะไรดีๆ ที่มีข้างในอีกเยอะแยะ

ร้านแรกจุดนี้ ดึงเราไว้ด้วยคำว่า ขนมจีนผักฟรี ตักไปสิไหวก็ตักไปเลย

ก่อนถึงตลาด โอ๊ยแวะพักโฆษณาเยอะมาก บอกแล้วว่าเราคิดว่าเป็นตลาดเดินชิวๆแป๊ปๆ ก็กลับ ที่ไหนได้ ทั้งวันยังเดินวนอยู่ในนี้เลย

นี่เลย เราแวะหัวปลีคาเฟ่ก่อน แวะกินกาแฟ ซื้อของฝาก หรือนี่เลย น้ำแตงโมปั่นกับลาบหัวปลี

ท้าดาาาาาา นี่ไงงงง ลาบหัวปลีและน้ำแตงโมปั่น บอกแล้วไงว่าต้องลอง มาถึงต้องโดน เพิ่มพลังและความชื่นใจกันก่อนเที่ยว

เราพยายามเดินห้ามใจไม่ให้แวะตามจุดต่างๆ ทั้งที่ถ่ายรูป สวนผักสวนครัว หรือศาลาทำกิจกรรม Workshop ต่างๆ เพราะอยากเข้ามาช้อปที่ตลาดก่อน

แล้วร้านแรกที่เราเจอ เราก็ต้องว้าวจริงๆ

ร้านขนมไทยจ้าาาาาาาา ฟินส์สุดๆ ขนอมเยอะมาก ทุกอย่างที่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดร้านนี้มีหมด

ต่อมาก็เป็นร้านข้าวโพดที่พี่แม่ค้าการันตีว่า ข้าวโพดร้านนี้กินดิบก็ได้ กินสุกก็ดี กินแบบไหนก็ได้ทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งฉ่ำ

ในตลาดก็มีผลหมากรากไม้ต่างๆให้เราได้ช้อปได้ชิมกันด้วย สำหรับเรานั้น จัดเลยจ้า กระทกรก หรือ เสาวรสนั่นเอง

ผักสวนครัวปลอดสารพิษก็มีนะจ๊ะ คือแกเอ๊ย เอาจริงๆ เรามัวแต่เม้าท์กับพี่ๆ น้าๆ ป้าๆ อาๆ ออกรสออกชาติจนบางทีเราก้ลืมถ่ายรูปร้านเค้ามา อันนี้ก็อยากจะขออภัยมากๆ บางร้านนี่ทั้งซื้อทั้งชิมทั้งเม้าท์มอย สนุกสนานมาก อยากช่วยทุกคนขาย แต่ก็ลืมถ่ายรูปแง่ะ เพราะความเมามันจนลืมตัวนี่ล่ะ 555+

มะพร้าวเผาพุแค เค้าบอกกันว่านี่ล่ะของเด็ดจัดจ้านในย่านนี้ มาที่นี่ต้องได้กินน้ำมะพร้าว และมากไปกว่านั้น ต้องมาดมกลิ่นมะพร้าวเผาสักปื้ดให้เป็นบุญจมูกด้วย หอมติดจมูกมากบอกไว้ตรงนี้เลย

ขนมโคราดกะทิคะคุณณณณณณณ เราชอบมาก ชอบความสดใส ชอบขนมโคที่แทนจะเคลือบด้วยมะพร้าวขูดก็มาราดกะทิแทน เอ๊ะ!!! ถ้าจะเรียกขนมโคให้คนส่วนใหญ่รู้จัก เราต้องแนะนำว่าขนมต้มสินะ นั่นแหละๆ เอาเป็นว่า นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรคคอมเมนของเราที่ต้องมาโดนที่นี่

ขนมกินเล่นโบราณๆ ที่เราเคยกินสมัยเด็กก็มีนะจ๊ะ

ไอติมลูกหม่อนเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย อร่อยยยยย มีความนมๆ ไอติมๆ หม่อนๆ กินเพลินมาก อันนี้ก็แนะนำ

อันนี้เราก็ซื้อ ลุงกะป้าน่ารัก

ข้าวหลามก็มีเด้อ

ขนมเปียกปูน ไม่หวานทานง่าย ตัดมาชิ้นเล็กๆกำลังดี เดินจิ้มกินไปชิวๆ แบบขนมขบเคี้ยว

อันเนนนนนนนนนนนนนนนนน้ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก อีกแล้ววว หมูย่างใบชะพลุ หืมม บอกเลยว่าพีคว่าสุด ทั้งหอมทั้งนุ่มทั้งอร่อย ไม้ละ 5 บาท เราแวะไปหยิบทีละ 2 ไม้ 2ไม้ อยู่หลายรอบเลย

กล้วย เผือก มันทอดก็มีนะจ๊ะ

ขนมจีบก็มา

บาร์บีคิวร้านนี้ ไม่ใช้แปรงมาทาเครื่องนะ พี่เค้าใช้ก้านกล้วยแทนแปรง ใช้ง่าย ไม่มีสารตกค้าง ใช้เสร็จก็ทิ้งได้ ไม่ทำลายธรรมชาติด้วยเว้ยยยย

อีกสิ่งที่ชิมแล้วก้ต้องซื้อ แคปหมูน้ำพริกหนุ่มจ้า แม่ค้าเป็นสาวเจียงฮายแต้ๆ เลยเจ้า

ปลาทูต้มเค็มและปล้าต้มต่างๆก็มี

หมูฝอยก็เลิศศศศศ

ยำเห็ดสารพัดสารเพ

ท้ายตลาดก็มีร้านเครื่องจักรสานราคาประหยัดต่างๆ รอดักให้เราเสียเงินอยู่อีกร้าน

แล้วตรงนี้คือโซนเปิดใหม่ สระบัวนานาชนิดให้เราได้มาถ่ายรูปเช็คอินฟินส์ๆ หลังจากอิ่มแล้ว

ส่วนด้านล่างนี้ คืออาหารต่างๆนานาที่เราไม่สามารถบรรยายได้หมด ขอยกมาเป้นแกลอรี่ให้ได้กดดูกันละกัน บอกแล้วไงว่า บางร้านเราก็ชิมเพลินเม้าท์เพลินจนลืมถ่ายรูป พ่อค้าแม่ค้าทุกคนน่ารักจริงๆ สนุกและเพลินมากจนไม่คิดว่าตลาดจะเดินมันส์ขนาดนี้

ที่บอกแต่ต้นว่าเราพยายามเดินหนีโซนกิจกรรมเพราะอยากช้อปก่อน ที่นี่มีกิจกรรมให้ลองเยอะแยะเลยจ้า ทั้งทำที่เป่าฟองสบู่ ทำกังหันลม น้องๆ เด็กๆ รวมถึงนักเรียนก็จะมานั่งทำนั่นนี่กัน เราว่าเป็นภาพที่น่ารักมากเลยนะ

ก่อนจะจากกันไป เราก็อยากขอฝากตลาดหัวปลีไว้ในอ้อมใจชาวขี้เที่ยวทุกคน เราว่าที่นี่เหมาะกับการไปชิล ช้อป ชิม และพักผ่อน ไม่ว่าจะตั้งใจบึ่งไปหรือแวะระหว่างทาง ถ้าให้พูดถึงจุดเด่นและความประทับใจต่อที่นี่ เราคงต้องใช้เวลานานมากกว่าจะบรรยายได้หมด ถ้าทุกคนได้อ่านจนครบ คงรู้ว่าเราประทับใจและชอบมากขนาดไหน ทั้งความน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตรของพ่อค้าแม่ค้า การจัดตลาด การจัดโซน มีทั้งที่ถ่ายรูป ที่พักผ่อน มีที่เล่น ที่กิน เราว่ามันคือตลาดใหม่ยุค 4.0 ของจริง อีกทั้งที่นี่ยังสามารถพูดได้เต็มปากว่า นี่คือการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนได้ เพราะการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน มันคือหนทางแห่งการมีอยู่มีกินที่ยั่งยืน ชาวบ้านสามารถลืมตาอ้าปาก มีอาชีพเสริม ไม่ต้องเป็นเกษตรกรที่รอผลผลิตส่งนายทุนอย่างเดียว แต่พวกเค้ายังมีพื้นที่ให้กระจายสินค้า และมีสังคมให้ได้เข้าร่วม มันคือการพัฒนาของชุมชนยุคใหม่ที่แท้จริง

แล้วอย่าลืมมาเล่าเรื่องการไปเที่ยวที่นี่ให้เราฟังกันบ้างนะ

สำหรับรีวิวนี้ เราขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า บายยยย

ด้วยรัก

บันทึกคนขี้เที่ยว

Leave A Reply

Navigate