ทุกคนนนนน ซัมเมอร์ฮอกไกโดเป็นอะไรที่ดีเกินไปมาก 🌿🌳
ทริปนี้เราจะพาไปสลัดภาพจำเมืองหิมะสุดโรแมนติก
คลิกเปลี่ยนโหมดไปเจอทะเลแสนสวยท้องฟ้าสีสดใส
พบกับฮอกไกโดในมุมที่ใคร ๆ ก็ต้องพูดว่า มีแบบนี้ด้วยเหรอ??
เที่ยวคลองโอตารุ เดินเล่นชิมของอร่อย ฮอปปิ้งคาเฟ่ริมทะเล
ขับรถลัดเลาะเลียบหน้าผา ว้าวกับหินรูปร่างแปลกตา
น้ำทะเลสีฟ้าครามอมเขียว ชาโคตัน บลู กินหรูอยู่สบาย
ที่สกีรีสอร์ทชั้นนำแบบไร้หิมะแต่มีความเขียวสบายตามาแทน
แล้วที่สำคัญยังมีข้าวหน้าทะเลจานเบิ้ม สด ๆ หวาน ๆ มาเสิร์ฟทุกวัน
.
ทริปนี้เราเดินทางไปด้วย FUN & Easy Package ของ Skyfun
ที่มาทั้งตั๋วเครื่องบิน+ที่พักในราคาสุดคุ้ม
แพลนเที่ยวฮอกไกโด 5 วัน 3 คืน
𝐃𝐚𝐲 𝟏
▪️เดินทางสู่ฮอกไกโดด้วยสายการบิน Vietjet สุวรรณภูมิ-ไทเป-ฮอกไกโด
𝐃𝐚𝐲 𝟐
▪️Ohiso Nijo Market
▪️Otaru Canal
▪️Sakaimachi Dori
▪️Otaru Music Box Museum
▪️Yu Kiroro
𝐃𝐚𝐲 𝟑
▪️Hamanaka Moire Beach
▪️Wilderness coffee roasters
▪️Ebisu Rock & Daikoku Rock
▪️Restaurant Rinko
▪️Shakotan Observation Deck
▪️Cape Kamui
▪️Furubira Tarako Museum
𝐃𝐚𝐲 𝟒
Ramen Shingen
d:matcha Kyoto Sapporo
Sapporo Clock Tower
Hokkaidō Prefectural Government Office
Odori Park & Sapporo TV Tower
Nikka Whisky Sign
ANA Crowne Plaza Sapporo by IHG
𝐃𝐚𝐲 𝟓
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Vietjet จากฮอกไกโด-ไทเป-สุวรรณภูมิ
.
รายละเอียดเพิ่มเติม
ทริปฮอกไกโดกับ Skyfun 5 วัน 3 คืน 60,000 THB/2pax
คืนที่ 1&2 พักที่ Yu Kiroro
คืนที่ 3 พักที่ ANA Crowne Plaza Sapporo By IHG
จองได้ถึง 30 กันยายนนี้
เดินทาง 27 Aug – 8 Oct 2025
กดเลยที่ : https://skyfun.travel/tour/special-prootion-for-fun-easy-package-5-3-at-yu-kiroro-and-ana-crowne-plaza-sapporo

ทริปฮอกไกโด 5 วัน 3 คืน 60,000 THB/2pax
คืนที่ 1 +2 พักที่ Yu Kiroro
คืนที่ 3 พักที่ ANA Crowne Plaza Sapporo By IHG
จองได้ถึง 30 กันยายนนี้
เดินทาง 27 Aug – 8 Oct 2025
https://skyfun.travel/tour/special-prootion-for-fun-easy-package-5-3-at-yu-kiroro-and-ana-crowne-plaza-sapporo

𝐃𝐚𝐲 𝟏
▪️เดินทางสู่ฮอกไกโดด้วยสายการบิน Vietjet สุวรรณภูมิ-ไทเป-ฮอกไกโด
𝐃𝐚𝐲 𝟐
▪️Ohiso Nijo Market
▪️Otaru Canal
▪️Sakaimachi Dori
▪️Otaru Music Box Museum
▪️Yu Kiroro
𝐃𝐚𝐲 𝟑
▪️Hamanaka Moire Beach
▪️Wilderness coffee roasters
▪️Ebisu Rock & Daikoku Rock
▪️Restaurant Rinko
▪️Shakotan Observation Deck
▪️Cape Kamui
▪️Furubira Tarako Museum
𝐃𝐚𝐲 𝟒
Ramen Shingen
d:matcha Kyoto Sapporo
Sapporo Clock Tower
Hokkaidō Prefectural Government Office
Odori Park & Sapporo TV Tower
Nikka Whisky Sign
ANA Crowne Plaza Sapporo by IHG
𝐃𝐚𝐲 𝟓
เดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน Vietjet จากฮอกไกโด-ไทเป-สุวรรณภูมิ



𝐃𝐚𝐲 𝟏
ทริปนี้เราเดินทางไปด้วย FUN & Easy Package ของ Skyfun
ที่มาทั้งตั๋วเครื่องบิน+ที่พักในราคาสุดคุ้ม ตั๋วเครื่องบินรวมน้ำหยักกระเป๋า + ที่พัก 5 วัน 3 คืน
พักที่ Yu Kiroro and ANA Crowne Plaza Sapporo
เดินทางสู่ฮอกไกโดด้วยสายการบิน Vietjet สุวรรณภูมิ-ไทเป-ฮอกไกโด
แวะทรานซิสที่ไทเปแปปเดียวก็นั่งเครื่องต่อแล้วเที่ยวได้เต็มวัน
แนะนำจองได้เลย https://skyfun.travel/tour/special-prootion-for-fun-easy-package-5-3-at-yu-kiroro-and-ana-crowne-plaza-sapporo

ที่พักหลักของทริปนี้คือ ‘𝐘𝐮 𝐊𝐢𝐫𝐨𝐫𝐨’ ที่พักสุดหรูท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติ ช่วงหน้าหิมะจะเป็นจุดหมายของนักสกีผู้หลงใหลเกล็ดน้ำแข็งขาวโพลนมารวมตัวกันที่นี่ แต่ในช่วงซัมเมอร์จะมาพร้อมความเขียวจากภูเขาที่โอบล้อม พร้อมด้วยพุ่มดอกไฮเดรนเยียร์เรียงรายตลอดเส้นทางให้เราได้ยิ้มตั้งแต่ทางเข้า มีสนามหญ้าและมีสวนหินรอบๆ ตังอาคารที่พัก
เข้ามาด้านในจะเจอล็อบบี้กระจกใสบานใหญ่เปิดให้เราได้เห็นวิวอย่างเต็มที่ ช่วงนี้ก็จะเห็นเป็นวิวทุ่งหญ้า ตอนเย็นสามารถมานั่งปิ้งย่างชิลๆ ดูพระอาทิตย์ตกได้เลย
เรารู้มาว่าที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากเทือกเขาแอลป์ของญี่ปุ่น มาผสมผสานกับความโมเดิร์น ทำให้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของธรรมชาติและความทันสมัยอย่างลงตัว
ตัวอาคารจะแบ่งออกเป็นสองโซน คือตึกเอและตึกบี โดยทั้งสองตึกสามารถเดินเชื่อมกันได้ และแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าสกีแต่โรงแรมยังมี facilities ครบครัน ทั้งห้องเกมรูม ฟิตเนส ซาวน่า ออนเซ็น มีเกมให้ยืมเล่น มีห้องงานศิลปะ และมีตารางกิจกรรมให้ทำแบบไม่มีเบื่อเลยแหละ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ https://yukiroro.com/experience/summer

สำหรับทริปนี้ เป็นกึ่งโรดทริป เราเลือกเช่ารถขับไปชิล ๆ อยากแวะไหนก็ได้แวะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาหรือรอรอบรถสาธารณะ ซึ่งเราเลือกเช่ารถจาก Toyota Rent a Car แบรนด์ที่เราคุ้นเคย เค้ามีรถให้เลือกเยอะ สภาพใหม่ ขับง่าย ซึ่งเราสามารถทำการเช่าผ่านเว็บไซต์แล้วไปติดต่อที่เคาน์เตอร์สนามบิน New Chitose และระบุสถานที่คืนรถเป็นสาขาใดก็ได้ในซัปโปโร สะดวกมาก ๆ สำหรับเราที่นอนในเมืองวันสุดท้าย เราก็เลือกคืนรถที่สาขา Sapporo Station ซึ่งอยู่ใกล้ที่พักคืนสุดท้ายเลย
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับเช่ารถ
– ใบขับขี่สากลอนุสัญญาเจนิวา 1949 แบบ 1 ปี
– Passport ตัวจริง
– หมายเลขการจอง

𝐃𝐚𝐲 𝟐
▪️𝐎𝐡𝐢𝐬𝐨 𝐍𝐢𝐣𝐨 𝐌𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭
สถานที่แรกเราขอมาเติมเต็มให้กับท้องว่าง ๆ ของเราด้วยของดีของเด็ดที่ตลาดปลานิโจ (Nijo Fish Market)
ซึ่งเป็นตลาดรวมของทะเลสดใหม่ครบครันกลางใจเมืองที่เปิดมายาวนานนับร้อยปี แถมที่นี่ยังมีร้านอาหารขึ้นชื่อให้เราได้ชิมข้าวหน้าทะเลแบบสดๆอีกหลายร้านเลย แต่ร้านที่เราเลือกนั้น “Ohiso” ที่เปิดให้บริการถึงสองสาขาในพื้นที่ตลาด และทุกสาขาคิวยาวแน่นตลอดทั้งวัน คือถ้าจะมากินก็ต้องใช้ความอดทนหน่อย แต่เค้ารันคิวเร็วอยู่ไม่ต้องห่วง
สำหรับเมนูแนะนำของเราก็คือข้าวหน้าทะเลรวม และข้าวหน้าปูทาระบะ หรือจะเป็นเมนูปลาย่างต่างๆที่นี่ก็ขึ้นชื่อมาก แล้วทุกอย่างคือรสชาติดี หวานอร่อยจนต้องหลับตาพริ้ม ถือเป็นการเปิดมื้อแรกอย่างเพอร์เฟค
Map : https://maps.app.goo.gl/8RFiRZkw3Ek3YfpP6


▪️𝐎𝐭𝐚𝐫𝐮 𝐂𝐚𝐧𝐚𝐥
มาต่อกันที่คลองอุตารุสุดโรแมนติก ที่ทุกคนมักจะคุ้นเคยภาพของฤดูหนาว เชื่อว่าชาวไทยทุกคนน่าจะรู้จักที่นี่เป็นที่แรก ๆ ของฮอกไกโด เรียกได้ว่านี่แทบจะเป็นแลนด์มาร์คหลักที่ทุกคนต้องมาเลย เราเองก็เช่นกัน ไม่ว่าจะมาฤดูไหน คลองโอตารุยังคงสวยงามและมีเสน่ห์เสมอ
ในระยะทางสั้นๆ ของเส้นคลอง เราสามารถเดินเล่น แวะถ่ายรูป ดูศิลปินที่มานั่งวาดภาพ แถมยังมีเสียงดนตรีคลอเบา ๆ จากเหล่าศิลปินเปิดหมวก ถ้ามีเวลาหน่อยก็ลองล่องเรือจะได้ฟิวอีกแบบ หรือจะไปเดินเล่นในมิวเซียม เลือกของฝากที่โดกังอิฐฝั่งตรงข้ามก็เพลินดีเช่นกัน
Map : https://maps.app.goo.gl/Bb6Kk1uSESHAdcis6



▪️𝐒𝐚𝐤𝐚𝐢𝐦𝐚𝐜𝐡𝐢 𝐃𝐨𝐫𝐢
ข้ามถนนเดินเลยคลองโอตารุมานิดเดียวเราก็จะถึงถนนสายช้อปปิ้งเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี “Sakaimachi Dori’” ถนนเส้นนี้เป็นที่ติดอกจิตใจของเรามากเลยแหละ แม้จะเป็นระยะทางที่ไม่ได้ยาวมาก แต่ได้คะแนนความละลานตาและตื่นเต้นจากเราไปเต็ม ๆ ทั้งของกินที่น่าลองไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเมล่อนปั่นหอมๆ ร้านมัจฉะกลางซอย ไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟนุ่มๆ เนื้อย่าง ซูชิ ข้าวหน้าปลาดิบ หรือจากร้านขนม คาเฟ่ ที่เรียงรายให้เราได้เข้าๆออกๆ จนแทบจะไม่ได้เดินไปไหน ถ้าเป็นสายขนมหวานและชีสอย่างเรา ขอแนะนำ Le Tao เพราะว่าที่นี่มีหลายสาขา และมีขนมทุกประเภทของแบรนด์นี้ให้เราได้เลือก แถมเค้ายังให้ชิมฟรีแทบจะทุกอบ่างที่มีขายด้วย หรือจะไปคาเฟ่สนูปี้ คาเฟ่มัฟฟิน หรือคาเฟ่น้องคิตตี้เค้าก็มีนะ


▪️𝐎𝐭𝐚𝐫𝐮 𝐌𝐮𝐬𝐢𝐜 𝐁𝐨𝐱 𝐌𝐮𝐬𝐞𝐮𝐦
เดินมาสุดถนนเราจะเจอกับอาคารหลังเบิ้มที่มีนาฬิกาไอน้ำเรือนเด่นอยู่ด้านหน้า ตรงนี้เป็นดั่งปลายทางของทุกคนที่เดินบนถนนเส้นนี้ Otaru Music Box Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ละลานตาไปด้วยกล่องดนตรีหลากหลาย ทุกประเภท มีแบบสร้างสรรค์ น่ารัก สวยงาม เรามาทุกรอบก็จะมีกล่องดนตรีแบบใหม่ใหม่มาอัพเดทตลอด อย่างล่าสุดเจอกล่องดนตรีข้าวห่อสาหร่ายหน้าต่าง ๆ แล้วยังสามารถเลือกเพลงเองได้ หรือจะ D.I.Yกล่องดนตรีของตัวเองได้ด้วย
Map : https://maps.app.goo.gl/A2YyPUszzdqmDsPQ6

▪️𝐘𝐮 𝐊𝐢𝐫𝐨𝐫𝐨
เดินเล่นจนหนำใจเราก็ขับรถอย่างสบายใจมายังที่พักของทริปนี้ รีสอร์ทในดวงใจของนักสกีอย่างที่เราบอกไปตอนแรก
‘Yu Kiroro’ สำหรับช่วงซัมเมอร์ เราจะได้เห็นสีสันของดอกไม้ กับความเขียวขจีของภูเขาและทุ่งหญ้ามารอต้อนรับเราตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงอาคารสีน้ำตาล-เทาที่ตั้งตระกหง่านเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว เข้ามาด้านในจะเจอล็อบบี้กระจกใสบานใหญ่เปิดให้เราได้เห็นวิวอย่างเต็มที่ มีโซฟาและโต๊ะกลางให้เลือกนั่งตามใจชอบ เตาผิงจำลอง พร้อมทั้งจอขนาดใหญ่ไว้เปิดฉายหนังดังในช่วงกลางคืน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ https://yukiroro.com/experience/summer

ห้องพักของเราในทริปนี้ เป็นห้อง 1 Bedroom Suite ขนาด 62 ตารางเมตร มีห้องนอนที่เตียงหว้างมาก ห้องน้ำส่วนตัวพื้นที่ใช้สอยเยอะ พร้อมพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวาง สมาร์ททีวีจอกว้าง และห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ครบครัน
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีห้องพักอีกหลายประเภทให้เลือกตั้งแต่ Studio Room , 1-2-3 Bedroom Twin , 1-2-3 Bedroom Suite , 1-2 Bedroom Premium Suite , 2-3 Bedroom Superior , 2-3 Bedroom Deluxe , 2 Bedroom Japanese Style ไปจนถึง Penthouse ทุกห้องออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงาม มีแสงธรรมชาติเข้ามาเสริมเติมกับแสงโทบอบอุ่นในห้อง รวมไปถึงทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีไมโครเวฟ เครื่องครัว เครื่องซักอบผ้า หรือบางห้องมีเครื่องล้างจานด้วยนะ

แม้จะมาช่วงซัมเมอร์ ไม่ได้มีสกี แต่ Facilities ก็มีให้ใช้ฉ่ำอยู่เด้อคุณพรี่ อย่างออนเซ็นนี่ห้ามพลาดเลย เค้ามีให้ใช้ทั้งพับบลิคออนเซ็น (แบบแยกชาย-หญิง) ทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ หรือจะใช้ไพรเวทออนเซ็นก็ได้ แล้วบรรยากาศดีมาก นั่งแช่ไปดูวิวสบาย ๆ ตาไป ยิ่งมาใช้ช่วงก่อนนอนนะ ได้คลายกล้ามเนื้อ หลับสบายไปทั้งคืน
นอกจากนี้เค้ายังมีฟิตเนส เกมรูม คิดส์คลับ ตู้กดเครื่องดื่มและขนม มีฟ้องทำเวิร์คช้อป
หรือหากเป็นสายกิจกรรม เค้าก็มีตารางให้ได้ร่วมกิจกรรมแบบแน่นเอี๊ยด ตั้งแต่ Morning Walk, ตีกอล์ฟ , ล่องเรือ Blue Cave Otaru, เวิร์คช้อปเพ้นท์หิน , Wine Tasting hours , พายซัปบอร์ด, หรือจะไปเก็บผลไม้ ผักสดจากฟาร์มก็มีให้ได้ลอง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมได้ที่ https://yukiroro.com/experience/summer

𝐒𝐮𝐦𝐦𝐞𝐫 𝐁𝐁𝐐
ความพิเศษอีกอย่างของช่วงซัมเมอร์คือ การได้ปาร์ตี้ปิ่งย่างเตาถ่านท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
ช่วงเย็นของที่นี่อากาศเย็นสบายเหมาะกับการจิบไวน์ ปิ้งเนื้อย่างสุด ๆ เซ็ต‘Summer BBQ’ ของที่นี่มีให้เลือกแบบ Standard BBQ (5,000 เยน) และ Premium BBQ (9,000 เยน) แนะนำว่า ให้เลือกแบบพรีเมียมไปเลย มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องเต็มที่ พี่มาดื่มมาดริ๊ง แล้วเค้ายังมีเตากลางให้มานั่งย่างมาชเมลโล่วด้วยนะ

หรือจะเลือกทาน Dinner Course ใน Yukashi Alpine Bistro ของโรงแรมก็ได้ แม้จะมีเมนูไม่มากนัก แต่ทุกเมนูเน้นด้วยคุณภาพและคุ้มค่า ครบทั้งเรียกน้ำย่อย ซุป จานหลัก ของหวาน แบบไม่ต้องหาที่ไหน แล้วเราจะบอกอะไรให้นะว่า มะเขือเทศที่นี่อร่อยมากกกก

𝐃𝐚𝐲 𝟑
อีกอย่างที่ทำให้เราเลิฟที่นี่มากคืออาหารเช้าค่า ห้องอาหารยังสวยและดูอบอุ่นโคซี่โคใจเลยอ่ะ แล้วไลน์อาหารคือว้าวมาก เลือกกินไม่หวาดไม่ไหว มีทั้งญี่ปุ่นและนานาชาติ ชีสฮอกไกโด นมเอย ของหวานเอย หรือจะข้าวหน้าต่าง ๆ มีไข่กุ้งให้เติมได้ตามใจ แล้วยังมีเมนูหลักของแต่ละวันที่เอามาเสิร์ฟให้ทุกที่แบบไม่ต้องร้องขอ


▪️𝐇𝐚𝐦𝐚𝐧𝐚𝐤𝐚 𝐌𝐨𝐢𝐫𝐞 𝐁𝐞𝐚𝐜𝐡
หลังจากอิ่มท้องในมื้อเช้ากันแล้ว เราก็ขับรถไปเตร็ดเตร่ชมความงามของคาบสมุทรชาโคตัน ฟินกับน้ำทะเลสีฟ้าแบบที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือน จุดแรกที่เราแวะคือหาดฮามานากะโมอิเระ หาดทรายเป็น Spot ยอดฮิตของชาวฮอกไกโดในช่วงซัมเมอร์ ผู้คนจะหลั่งไหลกันมาเล่นน้ำ พักผ่อน แคมป์ปิ้งริมหาดจนแทบจะไม่มีที่ว่าง ถือเป็นกิจกรรมช่วงซัมเมอร์ฮีลใจคนเมืองหนาวได้ดีเลย
Map : https://maps.app.goo.gl/NpVPNm7JuCPi8xSk8

▪️𝐖𝐢𝐥𝐝𝐞𝐫𝐧𝐞𝐬𝐬 𝐜𝐨𝐟𝐟𝐞𝐞 𝐫𝐨𝐚𝐬𝐭𝐞𝐫𝐬
มาถึงหาดฮามานากะโมอิเระกันแล้ว ก็ต้องขอแวะฮอปปิ้งสักหน่อยเพราะริมทะเลยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้เราได้เทคไทม์ แล้วคุณพี่สาวเจ้าของร้านเฟรนลี่ พูดอังกฤษคล่องมาก แนะนำให้สั่งอเมริกาโนเย็นเมล็ดเฉพาะของทางร้าน นั่งจิบท่ามกลางแสงแดดจ้าช่วงสาย ๆ ของวัน มันคือความสุขของคนเดินทางเลยแหละ
Map : https://maps.app.goo.gl/sjzw3nwPfV8e1smg9


▪️𝐄𝐛𝐢𝐬𝐮 𝐑𝐨𝐜𝐤 & 𝐃𝐚𝐢𝐤𝐨𝐤𝐮 𝐑𝐨𝐜𝐤
ชมวิวไปเรื่อยๆ ตั้งแต่วิวภูเขา ทุ่งหญ้า ดอกไม้ จนถึงโซนทะเลและตลอดเส้นทางก็มีแต่เรื่องให้เราได้อินและว้าว
เชื่อแล้วว่าฝั่ง Shakotan Peninsula สวยเกินจะบรรยากายจริง ๆ แล้วที่พลาดไม่ได้ของเส้นนี้คือ ‘Ebisu Rock & Daikoku Rock’ หาดแสนสงบ ฉากหลังเป็นหน้าผาและภูเขาใหญ่ตระหง่าน ด้านหน้าคือภาพหินสองก้อนขนาดใหญ่ตั้งเรียงเคียงคู่กัน แม้จะไม่ใหญ่เท่าภูผาด้านหลัง แต่ก็ดูเป็นภาพที่แข็งแกร่ง ท้าแดดท้าลม สมกับความเชื่อที่ว่าทั้งคู่เป็นเทพที่คอยปกปักษ์รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและชาวประมงในพื้นที่
โดย Ebisu Rock จะมีรูปร่างคล้ายเทพเจ้าแห่งประมง Ebisu ที่กำลังยืนถือเบ็ดอยู่
ส่วน Daikoku Rock หินที่มีฐานกว้างกว่าและมีเสาโทริอิบนยอด เป็นตัวแทนเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง Daikokuten นั่นเอง
Map : https://maps.app.goo.gl/8hYM44ZTNowKo42Q8


▪️𝐑𝐞𝐬𝐭𝐚𝐮𝐫𝐚𝐧𝐭 𝐑𝐢𝐧𝐤𝐨
ขอกรี๊ดยาว ๆ เพื่อเป็นการสรรเสริญร้านนี้สัก 10 นาที
เพราะนี่คือร้านอาหารที่ตอบโจทย์คนรักการกิน และคนชอบถ่ายรูปชมวิวที่สุด ‘Restaurant Rinko’
ภายนอกดูเป็นร้านอาหารสองชั้นสไตล์ชนบทญี่ปุ่นทั่วไป แต่เมนูด้านในกลับมีแต่ความพรีเมี่ยม ด้วยข้าวหน้าทะเลสดๆหลากหลาย ในราคาที่บอกเลยว่าจะต้องอยากกลับมากินทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้ากุ้งเอบิ หรือจะเป็นข้าวหน้าไข่หอยเม่นล้วนเอาใจสายรักความหวานมันก็มีให้เราได้เลือกสั่งในราคาเพียง 3,800 เยน เท่านั้น
แล้วนอกจากนี้ ความลับนางฟ้าอีกอย่างของร้านนี้คือ ข้าง ๆ ร้านจะมีอุโมงค์วิเศษเข้าไปแล้วทะลุจุดชมวิวได้ด้วย
Map : https://maps.app.goo.gl/nsraxqScnf1rdmkbA

▪️𝐒𝐡𝐚𝐤𝐨𝐭𝐚𝐧 𝐎𝐛𝐬𝐞𝐫𝐯𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐃𝐞𝐜𝐤
จุดนี้เซอร์ไพรส์เราเอามากๆเพราะไม่คิดว่าข้างข้างร้านอาหารจะมีจุดชมวิวที่สวยขนาดนี้ เพียงเราเดินผ่านอุโมงค์ Shimamui Tunnel ทะลุออกมา ก็เหมือนได้หลุดมาอีกมิติ ภาพเบื้องหน้าของ ‘Shakotan Observation Deck’ อันสวยงาม แทบจะหาที่ติไม่ได้ จุดชมวิวริมหน้าผาสูง เห็นทะเลสีฟ้าครามอยู่เบื้องล่างและไกลออกไปสุดสายตา แสงแดดสาดส่องยิ่งทำให้น้ำทะเลระยิบระยับราวกับอัญมณี คือยินตรงนี้แล้วอยากจะตะโกนว่า สวยโว้ยยยยยย ถ้าให้เราแนะนำนะ ตรงนี้คืออีกจุดที่ห้ามพลาดเลย มันสวยมากจริง ๆ
Map : https://maps.app.goo.gl/cbLraAd4HFbTzWas5


▪️𝐂𝐚𝐩𝐞 𝐊𝐚𝐦𝐮𝐢
มาถึงจุดไฮไลท์ของทริปที่หากพูดถึงความงามของชาโคตันบลูแล้ว ทุกคนจะต้องชี้ไปยัง ‘Cape Kamui’ เป็นเสียงเดียวกัน เป็นทุ่งหญ้ากว้างขวางตรงพื้นที่แหลมแห่งคาบสมุทรชาโคตัน เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลญี่ปุ่นแบบพาโนรามา มีเส้นทางเล็ก ๆ ให้เราเดินชมความงามทอดยาวไปตามสันเขาเรียกว่า Charenka’s Pat จากจุดเริ่มต้นไปยันปลายแหลมระยะทางประมาณ 750 เมตร แต่ตรงนี้ลมแรงมาก บางวันเค้าก็ปิดไม่ให้เข้าไปเดินตรงแหลมได้ เพราะลมแรงเกินไป อาจเกิดอันตรายได้ อย่างเช่นวันที่เรามาวันนี้ ก็อดเข้าไปเดินด้านในเช่นกัน แต่สามารถเดินเล่นบริเวณอื่น ๆ ได้ ซึ่งวิวก็สวยเช่นกัน
Map : https://maps.app.goo.gl/g5RHQBTx1Ah3Mc836




▪️𝐅𝐮𝐫𝐮𝐛𝐢𝐫𝐚 𝐓𝐚𝐫𝐚𝐤𝐨 𝐌𝐮𝐬𝐞𝐮𝐦
ก่อนกลับที่พัก เราขอแวะมาเลือกซื้อของฝาก กินไอติมหวาน ๆ ที่ ‘Furubira Tarako Museum’ กันก่อน ที่นี่เพิ่งเปิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง จุดนี้เป็นทั้งจุดแวะพักรถและร้านขาของฝากที่มีความโดดเด่นตรงที่ใช้ธีมหลักเป็นทาราโกะ หรือไข่ปลาค็อดหมักเกลือ (แตกต่างกับเมนไทโกะ ที่เป็นไข่ปลาค็อดหมักเกลือและพริก) นี่แหละ แล้วคือเค้าสร้างสรรค์เจ้าทาราโกะแสนอร่อยออกมาได้น่ารักเกิน รวมไปถึงการตกแต่งและใช้โทนสีทุกอย่างมันแมตช์กับสีของทาราโกะสุด ๆ ว่าแล้วเราก็ได้ของฝากจากทาราโกะกลับบ้านไปเพียบเลย อ้อ นอกจากนี้เค้ายังมีมิวเซียมที่จัดแสดง ‘Tarako Time Machine’ นิทรรศการบอกเล่าประวัติ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์การหมักเกลืออีกด้วย

𝐃𝐚𝐲 𝟒
𝐑𝐚𝐦𝐞𝐧 𝐒𝐡𝐢𝐧𝐠𝐞𝐧
เข้ามาในเมืองก็ต้องขอจัดราเมนร้านดังที่ใคร ๆ ก็บอกว่าถ้ามาฮอกไกโดแล้วไม่ได้มาร้านนี้ถือว่าพลาด เราก็คิดว่าอาจจะจริงดูจากการต่อคิวที่ยาวและทุกคนก็ยอมอดทนรอ
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมิโซะราเมนสุด ๆ ตัวร้านมีขนาดไม่กว้างมากสามารถรับลูกค้าได้ประมาณ 15 คนต่อรอบ เมื่อถึงคิวเราแล้วเราก็ไปนั่งรอที่เคาน์เตอร์และชมการทำราเมนสด ๆ กลิ่นหอมอบอวลและบรรยากาศมันทำให้เราเปิดต่อมรับรสได้ดีเลยล่ะ
เมนูแนะนำที่สามารถสั่งตามได้เลยไม่ต้องลังเลคือ Shinshu หรือมิโซะราเมนนี่แหละ ราคาน่ารักมาพร้อมกับราเมนชามเบิ้มมาก ส่วนประกอบสำคัญนี้คือ white miso เข้มข้นจากการเคี่ยวหมูและผักนานกว่า 48 ชม. คู่กับเส้นราเมนกลมหนาปานกลางลวกมาแบบทั้งนุ่มและกรุบในคำเดียวกัน พอเข้าปากไปพร้อมกันแล้วได้ความอูมามิ ละมุนลิ้น เหมือนได้กินน้ำต้มกระดูกที่หอมและนุ่มกว่าที่เคยสัมผัส แล้วยิ่งถ้าสั่งเป็นเซตคู่กับเกี๊ยวซ่าแล้วจะบอกเลยว่าเพอร์เฟค
Map : https://maps.app.goo.gl/4JTbL4tEL2hsvRQJA


𝐝:𝐦𝐚𝐭𝐜𝐡𝐚 𝐊𝐲𝐨𝐭𝐨 𝐒𝐚𝐩𝐩𝐨𝐫𝐨
อย่างที่บอกไปหลายหลายโพสต์แล้วว่าช่วงนี้เราคลั่งไคล้มัทฉะสุดๆ เราเลยไม่พลาดที่จะไปลองมัทฉะเกรดพิธีการใจกลางฮอกไกโด ที่นี่เป็นร้านเล็กๆ สามารถซื้อได้แบบ Takeaway เท่านั้น มีทั้งเมนูเครื่องดื่มและไอศครีมซอร์ฟเสิร์ฟรสมัทฉะ เครื่องดื่มนั้นสามารถเลือกได้หลากหลายเกรด โดยมัทฉะของในร้านจะเป็นมัจฉะที่มาจากไร่ชาอุจิโดยตรง ทำให้ได้รสชาแบบออริจินัลและที่ร้านยังมีผงมัทฉะขายด้วย
Map : https://maps.app.goo.gl/GQc1ApX5LRadYYyx6

𝐒𝐚𝐩𝐩𝐨𝐫𝐨 𝐂𝐥𝐨𝐜𝐤 𝐓𝐨𝐰𝐞𝐫
เอาจริงในเมืองซัปโปโรเนี่ยเราสามารถเดินเที่ยว เดินเล่นได้ชิว ๆ เลย เพราะสถานที่เที่ยว จุดเช็คอินจะอยู่ไม่ไกลกันมาก อย่างตรงนี้จะเป็นหอนาฬิกาโบราณประจำเมืองที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก แค่มองจากภายนอกก็รู้ซึ่งถึงความเก่าแก่ เป็นอาคารที่ออกแบบด้วยศิลปะแบบอเมริกัน ซึ่งอายุกว่า 140 ปี นับเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและในยุคนี้ถือเป็นอาคารทรงตะวันตกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งด้วย
Map : https://maps.app.goo.gl/UJ74xs6QDxdJegmd8


𝐇𝐨𝐤𝐤𝐚𝐢𝐝𝐨̄ 𝐏𝐫𝐞𝐟𝐞𝐜𝐭𝐮𝐫𝐚𝐥 𝐆𝐨𝐯𝐞𝐫𝐧𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐎𝐟𝐟𝐢𝐜𝐞
อาคารประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมหลังปิดซ่อมนาน ซึ่งบอกเลยว่าควรมาเป็นอย่างยิ่ง เอกลักษณ์ของที่นี่คืออาคารอายุกว่า 137 ปีที่ฉาบด้วยอิฐแดงสีสดใสเด่นตระหง่านมั่นคงท่ามกลางสวนสวยและดอกไม้หลากสีของฤดูร้อน
การออกแบบและก่อสร้างได้รับแรงบันดาลใจจากที่ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ในสหรัฐอเมริกา คือบางทีมองแล้วมองอีกก็ยังไม่แน่ใจว่านี่เราอยู่ญี่ปุ่นหรือประเทศฝั่งตะวันตกกันแน่ ถือว่าแปลกตาเหมาะสำหรับแวะมาลยแหละ
Map : https://maps.app.goo.gl/7YaYiPEV7ADRPcVi9

𝐎𝐝𝐨𝐫𝐢 𝐏𝐚𝐫𝐤 & 𝐒𝐚𝐩𝐩𝐨𝐫𝐨 𝐓𝐕 𝐓𝐨𝐰𝐞𝐫
ต้องยอมรับเลยว่าเมืองเค้ามีแลนด์มาร์คเยอะเกินค่ะพี่ เดินมาอีกนิดนึงก็เจอกับตรงนี้ อีกสองแลนด์มาร์คค่า นี่คือ Odori Park สวนสาธารณะชื่อดังของเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจ เป็นที่นัดพบ แวะพัก แฮงค์เอาท์ของเหล่าหนุ่มสาวชาวซัปโปโร รวมไปถึงเป็นสถานที่จัดงานอีเวนท์สำคัญ ๆ หลายงานด้วย ภายในบริเวณสวนก็ยังมี Sapporo TV Tower อีกหนึ่งไอคอนิกประจำเมือง เป็นหอคอยยอดแหลมความสูงกว่า 144 เมตร อายุย่าง 70 ปี บ่งบอกถึงความเจริญของเมืองที่มีมาก่อนใคร
Map : https://maps.app.goo.gl/GfMtAZuRBoYLMpEM7

𝐍𝐢𝐤𝐤𝐚 𝐖𝐡𝐢𝐬𝐤𝐲 𝐒𝐢𝐠𝐧
สำหรับใครที่ชอบแสงสีแนะนำให้มาเดินเล่นที่ย่านนี้ Susukino Station ถนนที่เต็มไปด้วยร้านรวง แหล่งช้อปปิ้งกินดื่มและป้ายไฟนีออนหลากสีสัน หรือหากจะพูดให้เห็นภาพชัด ๆ ก็คือ สี่แยกป้าย Nikka Whisky นี่แหละ ใครเห็นก็รู้ทันทีว่านี่คือซัปโปโร และหากได้มายืนตรงนี้ในช่วงค่ำคืน รับรองได้เลยว่าทุกแสงสี ทุกป้ายไฟจะพร้อมใจกันสว่างสดใสแย่งความสนใจจากทุกสายตา หากใครที่ชอบชีวิตไนท์ไลฟ์แนะนำให้เดินเล่นย่านนี้ยาว ๆ ได้เลย
Map : https://maps.app.goo.gl/27z4Pqgy4LuoTgZJA

𝐀𝐍𝐀 𝐂𝐫𝐨𝐰𝐧𝐞 𝐏𝐥𝐚𝐳𝐚 𝐒𝐚𝐩𝐩𝐨𝐫𝐨 𝐛𝐲 𝐈𝐇𝐆
คืนสุดท้ายก่อนบายฮอกไกโด เราพักกันที่ ANA Crowne Plaza Sapporo โรงแรมทำเลดีใจกลางเมือง และใกล้สถานี
รถไฟ JR ซัปโปโร เดินเพียง 7 นาทีเท่านั้น คือสะดวกสบายสำหรับการช้อปปิ้งวันสุดท้าย และเดินทางไปสนามบินในตอนเช้า อ้อ! หน้าโรงแรมมีป้ายรถบัส ที่รับส่งสนามบินไป-กลับโรงแรมและสนามบินนิวชิโตเสะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง คือจะไปสนามบินด้วยวิธีไหนก็สะดวกสบายถ้าพักที่นี่ เอาจริง ๆ Skyfun เค้าก็เลือกมาแล้วนะว่าควรพักที่ไหนดี ถึงจะสะดวกเราที่สุด
Map : https://maps.app.goo.gl/qSbLYQdTaXqfX6uYA

𝐃𝐚𝐲 𝟓
และวันกลับ เราก็ยังบินกลับด้วยสายการบินเวียตเจ็ทเช่นเดิม เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า
ทริปนี้เราเดินทางไปด้วย FUN & Easy Package ของ Skyfun
ที่มาทั้งตั๋วเครื่องบิน+ที่พักในราคาสุดคุ้ม ตั๋วเครื่องบินรวมน้ำหยักกระเป๋า + ที่พัก 5 วัน 3 คืน
คุ้มค่าสุด ๆ

ใดใดก็แล้วแต่ทริปนี้เปิดโลกญี่ปุ่นช่วงซัมเมอร์ให้เราได้คิดต่างไปจากเดิมเลยแหละ จากที่มีภาพจำมาตลอดว่าฮอกไกโดจะต้องมาพร้อมกับหิมะและความขาวหนาวเย็น เรากลับได้เจอฮอกไกโดอีกมุมมองที่ไม่คาดคิดว่าจะดีขนาดนี้ ทั้งธรรมชาติภูเขาผืนป่าทุ่งหญ้าดอกไม้ทะเล มันฮีลใจ และสดใสเกินเบอร์ เรื่องอาหารหารกินก็อุมดมสมบูรณ์ ผักผลไม้หวานฉ่ำ อาหารทะเลที่สดสะอาดและราคาน่ารัก มันมีให้เราได้ครบในช่วงซัมเมอร์ แถมถ้าหากมาเที่ยวในช่วงนี้ยังมีความคุ้มค่าในการช้อปปิ้งเพราะเค้าก็มีช่วงซัมเมอร์เซลล์ด้วยไง แล้วลดของเค้าคือจัดหนักจัดเต็มจริงๆ
ช่วงซัมเมอร์สยังมีเวลาได้เที่ยวอยู่อีกนะ ถ้าใครสนใจก็ไปตามรอยเราได้ ลองจัดแพ็คเกจแบบที่เราเลือกดูสิ
ตามลิงค์นี้เลย https://skyfun.travel/tour/special-prootion-for-fun-easy-package-5-3-at-yu-kiroro-and-ana-crowne-plaza-sapporo
ด้วยรัก
บันทึกคนขี้เที่ยว